PO คืออะไร ลูกค้าส่งใบสั่งซื้อมาแล้วต้องทำอะไรต่อ
PO ย่อมาจาก Purchase Order แปลว่าใบสั่งซื้อ ถ้าเป็นงานบริการ บางบริษัทเรียกว่าใบสั่งจ้าง เป็นเอกสารที่ฝั่งลูกค้าออก เพื่อยืนยันว่าตกลงซื้อหรือจ้างงานตามรายการและราคาที่ระบุ มักออกหลังจากลูกค้าอนุมัติใบเสนอราคาของคุณแล้ว
PO อยู่ตรงไหนในลำดับเอกสาร
- ใบเสนอราคา คุณส่งให้ลูกค้า แจ้งงานและราคา
- ใบสั่งซื้อ (PO) ลูกค้าออกให้คุณ ยืนยันว่าตกลงจ้าง
- ส่งงานหรือส่งของ
- ใบแจ้งหนี้ / ใบวางบิล คุณส่งให้ลูกค้า อ้างอิงเลขที่ PO
- ใบเสร็จรับเงิน คุณออกให้หลังได้รับเงิน
ใบ PO มีข้อมูลอะไรบ้าง
- เลขที่ PO และวันที่ออก
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ (ลูกค้า) และผู้ขาย (คุณ)
- รายการสินค้าหรืองาน จำนวน ราคาต่อหน่วย และยอดรวม
- กำหนดส่งงานหรือส่งของ และสถานที่ส่ง
- เงื่อนไขการชำระเงิน เช่น เครดิต 30 วัน และอัตราหัก ณ ที่จ่าย
- ลายมือชื่อผู้อนุมัติฝั่งลูกค้า
PO กับใบเสนอราคาต่างกันยังไง
| ใบเสนอราคา (Quotation) | ใบสั่งซื้อ (PO) | |
|---|---|---|
| ใครออก | ผู้ขาย (คุณ) | ผู้ซื้อ (ลูกค้า) |
| ออกเมื่อไหร่ | ก่อนตกลงงาน | หลังตกลงตามใบเสนอราคา |
| ความหมาย | นี่คือราคาที่เราเสนอ | เราตกลงซื้อหรือจ้างตามนี้ |
ได้ PO แล้วต้องทำอะไร
- ตรวจให้ตรงกับใบเสนอราคา ทั้งรายการ จำนวน ราคา ภาษี และเงื่อนไขชำระ ถ้าไม่ตรง แจ้งลูกค้าแก้ก่อนเริ่มงาน
- จดเลขที่ PO ไว้ หลายบริษัทจ่ายเงินไม่ได้ถ้าใบแจ้งหนี้ไม่มีเลข PO
- ออกใบแจ้งหนี้อ้างอิง PO ใส่เลข PO ในช่อง “อ้างอิง” ของใบแจ้งหนี้ ฝ่ายบัญชีของลูกค้าจะจับคู่เอกสารได้ทันที
- เก็บ PO ไว้กับงานนั้น ใช้เป็นหลักฐานถ้ามีปัญหาเรื่องขอบเขตงานหรือยอดเงินภายหลัง
ลูกค้าไม่ออก PO ได้ไหม
ได้ ลูกค้าบุคคลธรรมดาหรือร้านเล็กมักไม่มี PO ให้ใช้ใบเสนอราคาที่ลูกค้าเซ็นอนุมัติ หรืออีเมลหรือแชทที่ลูกค้ายืนยันว่าตกลงตามใบเสนอราคาเลขที่นั้น เป็นหลักฐานแทนได้ ส่วนบริษัทใหญ่ที่มีระบบจัดซื้อ ควรขอ PO ก่อนเริ่มงานเสมอ
ได้ PO แล้ว ออกใบแจ้งหนี้ที่อ้างอิงเลข PO ได้เลย ฟรี ไม่ต้องสมัคร
ทำใบแจ้งหนี้ ฟรี